Home Beauty Secret

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนหลับในตอนกลางคืน

138

การนอนหลับพักผ่อน เป็นเรื่องที่สำคัญพอๆกับอาหารการกิน มนุษย์เราจะขาดการนอนหลับที่เพียงพอไม่ได้ พอๆกับการขาดน้ำหรืออาหารไม่กี่วันก็ลาโลกแล้ว

แต่ด้วยวิถีชีวิตแห่งการทำงานที่แข่งขันสูง เร่งรีบ คนกลุ่มที่ชอบทำงานหนักจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับการนอนหลับให้เพียงพอเท่าที่ควร ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ นอนน้อยมาตลอดและไม่เคยเป็นอะไรก็คิดว่าไม่อันตราย

นั่นคือความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 เรื่องต่อไปนี้ ที่มีคนไม่น้อยคิดมาตลอดว่าใช่ ใครที่เชื่อและทำแบบนี้มาตลอด ขอให้ลองปรับตัวแองดูใหม่ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนหลับ

  1. นอนให้เร็วแล้วจะหลับง่ายขึ้น

เช่น ปกติเป็นคนหลับยาก ขึ้นเตียงตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้ว คิดว่าจะหลับซัก 4 ทุ่ม แต่หลับได้จริงก็ 5 ทุ่มไปแล้ว เลยลดเวลาเริ่มตั้งแต่ 2 ทุ่มซะเลย กลิ้งไปกลิ้งมาเดี๋ยวก็หลับ ซึ่งสูตรนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน

เราจะหลับได้ (ไม่ใช่แค่นอนหลับตาเฉยๆ) อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายต้องลดต่ำลง จนถึงจุดที่ทำให้รู้สึกง่วงเอง ดังนั้น จะพยายามนอนให้เร็วขึ้น เพื่อให้หลับง่ายหรือหลับได้เยอะขึ้นก็ไร้ประโยชน์

  1. นอนเยอะๆ ยังไงก็ดีกว่า

ไม่จริงเสมอไปสำหรับข้อนี้ มีคนอยู่ประเภทนึง ที่ชอบนอนกลางวันด้วย ตกกลางคืนก็นอนเต็มที่ 8 ชั่วโมง โดยที่คิดว่าพักผ่อนเยอะต้องดี สดชื่น แน่นอน

แต่สิ่งที่สำคัญกว่า จำนวนชั่วโมงในการนอน คือ นอนหลับลึกได้มากแค่ไหน เพราะคนเรามีชีวิตประจำวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดไม่เหมือนกัน ทำให้มีนาฬิกาชีวิตที่ต่างกัน

และสิ่งนี้แหละคือตัวที่บอกว่า ทำไมคนเราถึงสามารถหลับและตื่นนอนในเวลาเดิมได้ทุกวัน โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก

อย่าซีเรียสมากว่า จะต้องเข้านอนให้ได้ 3-4 ทุ่ม และนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน ถ้าคุณ “หลับจริงๆ” แค่ 3-4 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

  1. ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมก่อนนอน ทำให้เหนื่อยและหลับง่ายขึ้น

นี่ก็ไม่จริงเสมอไปเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำอะไรก่อนนอน หากได้ลองเต้นแอโรบิคก่อนนอนซัก 1-2 ชั่วโมง สำหรับบางคนนั้นช่วยให้หลับได้ แต่มีคนอีกมากที่นอกจากไม่หลับยังตื่นกว่าเดิมอีก

ปัจจัยที่ทำให้เรานอนไม่หลับนั้น มีมากกว่าความเหนื่อย ความเครียด กังวล หรือสารกระตุ้นอย่าง คาเฟอีน นั้นก็มีส่วน

  1. นอนน้อยมาตลอด แต่ไม่ป่วยเท่ากับไม่มีอันตราย

ข้อนี้ต้องระวังที่สุด โดยเฉพาะคนที่บ้างานแบบที่เรียกว่า วันนึงมี 24 ชั่วโมง ทำงาน 20 ที่เหลือนอน แถมทำมาสิบปีก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ส่วนมากจะเกิดกับคนวัยทำงานอายุระหว่าง 25-40 เพราะร่างกายยังเอื้ออำนวย

แต่หลังจากนี้ การนอนน้อยเกินไป จะเริ่มส่งผลออกมา เช่น โรคซึมเศร้า และอื่นๆ อีกมากมาย ชั่วโมงการนอนที่กำลังดี ก็คือ 6-7 ชั่วโมงนั่นเอง

  1. เปิดไฟหรือปิดไฟนอนก็ไม่ต่างกัน

โดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครที่ไม่ชอบปิดไฟนอน แต่มีบางคนเช่น คนที่กลัวผี กลัวความมืด จะเปิดไฟนอนและนอนหลับได้นานอีกต่างหาก

โดยคิดว่าผลลัพธ์ดีไม่ต่างกัน แต่ผลเสียของการเปิดไฟนอนก็คือ ฮอร์โมนบางตัวเช่น เมลาโทนิน ที่เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ หรือ โกรท ฮอร์โมน ที่มีส่วนทำให้ร่างกายเจริญเติบโต จะหลั่งได้ไม่ดี ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็ง และตัวไม่สูงขึ้นเท่าที่ควร (วัยรุ่นกลัวผีต้องระวัง)

ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสี่ยงเป็นมะเร็ง หรือ ไม่อยากตัวไม่สูง นอนหลับแบบปิดไฟให้ห้องมืดสนิทเนี่ยแหละ ดีที่สุดแล้ว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here