Home Beauty Secret

การรับมืออารมณ์เศร้าหลังคลอด ของคุณแม่มือใหม่

133

ภายหลังจากการคลอดมารดาจะมีอารมณ์แปรปรวนโดยมีสาเหตุมาจากหลายอย่าง เช่น ฮอร์โมนที่ลดลง ความไม่สุขสบายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย

ทั้งอาการปวดแผล ปวดเต้านม ความเหน็ดเหนื่อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอจากการดูแลบุตร ความผิดหวังจากการคาดหวัง การปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะทางอารมณ์ที่เรียกว่า อารมณ์เศร้าหลังคลอด

ภาวะที่มีอารมณ์เศร้าหลังคลอด

ภาวะที่มีอารมณ์เศร้าหลังคลอด หรือ Baby blue หรือ Postpartum blues มารดามักจะมีการการเศร้า ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร

ภาวะนี้เป็นภาวะปกติในมารดาหลังคลอด ไม่อันตราย มักจะหายไปได้เองใน 3-4 วัน หากได้รับการดูแลให้เกิดความสุขสบาย ทั้งทางกายและจิตใจจากครอบครัวหรือคนใกล้ชิด

แต่ถ้าหากไม่ได้รับการตอบสนองที่เหมาะสม อาการอาจจะหนักขึ้นเกิดเป็น โรคซึมเศร้าหลังคลอด หรือ Postpartum Depression ได้

นอกจากการช่วยเหลือจากคนรอบข้างแล้ว มารดาก็ควรเข้าใจและพยายามช่วยเหลือตนเอง โดยการปรับความคิด หรือกล้าที่จะขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น

โรคซึมเศร้าหลังคลอด เกิดจากภาวะซึมเศร้าที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้มีอาการเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ โดยอาการจะชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังคลอด ถือเป็นภาวะที่น่าเป็นห่วง

เพราะโรคซึมเศร้า จะส่งผลให้มารดา รู้สึกเบื่อหน่าย รู้สึกผิด แยกตัว สนใจบุตรลดลง หรืออาจปฏิเสธการดูแลบุตร เนื่องจากความเครียดในการดูแลบุตรที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ หนักกว่านั้นคือ การมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เพราะมารดาจะคิดซ้ำๆ จนพยายามทำให้ความคิดนั้นเป็นจริง

ดังนั้น คนในครอบครัวหรอคนใกล้ชิดควรสังเกต และเฝ้าระวังอาการผิดปกตินี้อย่างใกล้ชิด และรีบปรึกษาแพทย์อยากมีอาการผิดปกติดังกล่าว

โรคจิตหลังคลอด หรือ Postpartum Psychosis เป็นภาวะอันตรายที่ครอบครัวจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในรายที่เป็นโรคจิตหลังคลอดจะพบว่า มารดาจะมีความคิดหลงผิด ไม่อยู่กับปัจจุบัน เช่น คิดว่าลูกเป็นปีศาจ คิดว่าไม่ใช่ลูกตน หรือาจเป็นหนักจนถึงขั้นคิดฆ่าลูกในไส้ของตนเอง เป็นต้น

อาการเหล่านี้ไม่สามารถหายเองได้ ต้องพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร่งด่วน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการทำร้ายทารกได้หากไม่รักษา

อารมณ์ของคุณแม่หลังคลอดมีหลายระดับ อาจส่งผลกระทบกับบุตรโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ ครอบครัวจะต้องคอยดูแล ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ให้ผ่านช่วงวิกฤติของอารมณ์ไปได้

รวมถึงตัวมารดาเอง ต้องคอยเฝ้าดูภาวะอารมณ์ของตนเอง อาจปรึกษาแพทย์หากพบอาการผิดปกติ หรือพูดคุย ขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์ และหากพบความผิดปกติแล้วต้องกล้าที่จะพบแพทย์เพื่อรักษา ไม่ควรเก็บไว้คนเดียวจะได้แก้ปัญหาได้ทัน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here