Home Beauty Secret

7 วิธีกำจัดกลิ่นเต่าอยู่หมัด สกัดหน้าแตกยับ เพราะกลิ่นกายแรงง่ายๆ

1489

เชื่อว่า กลิ่นเต่า ถือเป็นปัญหาสำหรับสาวๆ หลายคนที่ยังแก้ไม่ตก เพราะต่อให้กำจัดกลิ่นเต่าออกไปด้วยโรลออนก็แล้ว ฉีดน้ำหอมก็แล้ว ก็ยังทำให้มีกลิ่นอยู่ดี

และที่สำคัญ กลิ่นเต่าก็ใช่ว่าจะหยุดอยู่นิ่งไม่สร้างปัญหาแต่อย่างใดด้วยซ้ำ เพราะมันกลับมีแต่จะสร้างความอับอายต่อสาวๆ ได้มากขึ้น

โดยเฉพาะ ช่วงเวลาที่จะต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ในระยะประชิดตัว เช่น เวลาอยู่ในลิฟท์ ซึ่งไม่ว่าจะหนีไปทางไหน ก็ล้วนต้องเผชิญหน้ากับผู้คน

วันนี้เราจึงได้หยิบเอาสาระดีๆ เกี่ยวกับ วิธีกำจัดกลิ่นเต่าให้หมดไป มาฝาก อยากรู้ว่าทำยังไงบ้าง รีบตามไปดูวิธีเหล่านั้นกันเลย…

วิธีกำจัดกลิ่นเต่าอยู่หมัด

1.ฉีดโบท็อกซ์

สำหรับวิธีการฉีดโบท็อกซ์นี้ ขอแนะนำสำหรับสาวๆ ที่มีกลิ่นเต่าขั้นรุนแรง ไม่ว่าจะลองวิธีการกำจัดกลิ่นเต่าด้วยวิธีไหนๆ ก็เอาไม่อยู่ค่ะ

แต่ทั้งนี้ ก็ควรเข้าไปพบแพทย์ เพื่อทำการขอคำปรึกษาก่อนทำการฉีดโบท็อกซ์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และสามารถกำจัดกลิ่นเต่าออกไปให้หมดไป นั่นเอง

2.ใช้โรลออน หรือทาสารส้ม

หลักจาเสร็จสิ้นจากการอาบน้ำ แน่นอนว่าสาวๆ ที่มีกลิ่นตัวมักจะไม่ค่อยละเลย ในการทาโรลออนหรือสารส้ม ซึ่งก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดีต่อการกำจัดกลิ่นเต่านั่นเอง

สำหรับใครที่ใช้โรลอนทารักแร้ แต่กลับไม่สามารถกำจัดกลิ่นเหม็นไปได้ แนะนำให้ใช้สารส้ม ทาที่รักแร้แทนดูค่ะ

เพราะวิธีนี้ ถือเป็นวิธีสุดเด็ด ที่คนสมัยก่อนนิยมนำมาใช้ดับกลิ่นตัว แล้วเกิดผลดีได้อีกสุดๆ นั่นเอง ไม่เชื่อก็ลองไปหาซื้อสารส้มมาใช้กันดูสิคะ

3.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารบางชนิด

แน่นอนว่า อาหารแต่ละชนิด ล้วนมีส่วนส่งผลต่อร่างกายของคนเรา เช่นเดียวกันว่า มันสามารถทำให้ร่างกายของสาวๆ มีกลิ่นเต่าอีกด้วย เช่น

อาหารประเภทเครื่องเทศ และอาหารที่มีสารโคลีนสูง ไม่ว่าจะเป็น หัวหอม กระเทียม ผักชี แกงกะหรี่ เต้าเจี๊ยว และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าว ล้วนส่งผลทำให้มีกลิ่นเต่าเหม็นขึ้นมาได้นั่นเอง

ดังนั้น จึงควรงด หรือพยายามหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีส่วนผสมของสิ่งเหล่านี้ ในวันที่ใกล้จะมีนัดสำคัญ ไปพบปะผู้คนดีกว่าค่ะ

วิธีกำจัดกลิ่นเต่าอยู่หมัด

4.กำจัดขนใต้วงแขนให้เกลี้ยงเกลาอยู่เสมอ

เพราะขนรักแร้ ถือเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นเต่าเหม็นตามมานั่นเอง

ดังนั้น การที่คุณทำการโกนขนรักแร้ให้หมดจดบ่อยๆ ก็จะสามารถลดกลิ่นเต่าเหม็นในร่างกายได้ แนะนำให้ล้างทำความสะอาด และเช็ดให้แห้งทุกครั้ง ในบริเวณผิวใต้วงแขน

เพราะถือเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่คุณมักจะละเลยจนทำให้เกิดกลิ่นเหม็นใต้วงแขน สะสมตามมานั่นเอง

5.ทามะนาวที่ใต้วงแขนเป็นประจำ

วันไหนที่สาวๆ ไม่ได้ออกไปไหน ก็ให้ลองหยิบนำมะนาวสดๆ มาฝานให้เป็นแว่นๆ แล้วนำมาถูเบาๆ ในบริเวณรักแร้ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที

แล้วจึงค่อยทำการล้างออกด้วยน้ำสะอาด การใช้วิธีนี้ ถือเป็นการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นเต่านั่นเอง และที่สำคัญคุณสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็ตาม

6.อาบน้ำ..ทำความสะอาดร่างกายเช้า – เย็นเป็นอย่างดี

เนื่องจาก การอาบน้ำเพื่อทำการชำระล้างร่างกาย และสิ่งสกปรกต่างๆ ถือว่าเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายๆ และเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้อีกด้วย

แต่ทั้งนี้ก็ควรให้ความใส่ใจ ในการทำความสะอาดร่างกายให้ดี ไม่ว่าจะด้วยวิธีการถูสบู่ หรือการอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้ง

เพราะหากเราใส่ใจตรงจุดนี้ได้ดี แน่นอนว่า ร่างกายก็จะไม่มีกลิ่นเหม็นให้ต้องคอยกังวลนั่นเอง ทั้งนี้ ก็ควรทำการอาบน้ำวันละไม่น้อยกว่าสองครั้ง นั่นก็คือช่วงเช้าและช่วงเย็นนั่นเอง

วิธีกำจัดกลิ่นเต่าอยู่หมัด

7.ใช้มะนาวช่วยกำจัดกลิ่นเต่าที่ติดเสื้อ

แน่นอนว่า การมีกลิ่นเต่าจะทำให้กลิ่นเหม็นของมันติดเสื้อไปด้วย โดยเฉพาะในบริเวณของรักแร้ อีกทั้ง ยังเป็นกลิ่นที่ออกไปไม่หมดอีกด้วย

ไม่ว่าจะทำการซักล้างด้วยวิธีใดก็ตาม กลิ่นก็ยังคงติดอยู่อย่างนั้นเช่นเดิม ดังนั้น การนำแปรงมาชุบน้ำมะนาว แล้วนำไปถูเสื้อที่บริเวณใต้รักแร้

ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำไปซัก สังเกตได้ว่าหลังจากนำเสื้อไปซัก และตากให้แห้ง กลิ่นเต่าที่ติดอยู่มาก่อนหน้านั้นหายไปหมดเกลี้ยงเลยล่ะ

สาวๆ ที่กำลังเผชิญกับกลิ่นเต่าเหม็น อย่าลืมหยิบนำ วิธีการกำจัดกลิ่นเต่า ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้กันดูนะคะ เพราะนอกจาก จะเป็นวิธีที่เอาใจคนไม่มีเวลาได้เป็นอย่างดีแล้ว

ยังช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากอีกด้วย ดังนั้น ถ้าไม่อยากอับอายคนรอบข้าง เพียงเพราะกลิ่นที่อยู่ใต้รักแร้ ก็ควรหันมากำจัดมันอย่างจริงๆ จังๆ กันสักทีแล้วนะคะ