Home Beauty Inside

การดูแลสุขภาพสำหรับสาววัยทอง

1625

เมื่อย่างเข้าสู่วัยเกินเลขหลักสี่ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัยทอง” ซึ่งเป็นช่วงอายุที่สาวๆ มีเงินทองเก็บเหลือกินเหลือใช้ ประสบความสำเร็จ ในชีวิตหน้าที่การงานแล้ว สุขภาพร่างกาย ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน

ปัญหาหลักๆ ของสาววัยทอง อันเนื่องมาจาก ฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ที่ลดน้อยลง ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ เหงื่อออกช่วงกลางคืน

ช่องคลอดแห้ง ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ ผิวหนังบางลง แห้ง มีริ้วรอย เกิดผื่นแพ้ง่าย เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก กระดูกเปราะและบางลง อาจะทำให้กระดูกหักง่ายเวลาหกล้ม

อาหารสำหรับบำรุงสุขภาพสาววัยทอง

อาหารสำหรับบำรุงสุขภาพสาววัยทอง

ตังกุย (Dong Quai) จัดเป็น โสมที่เหมาะสำหรับสุภาพสตรี ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อในเรื่อง การบำรุงโลหิต คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว เพราะในตังกุยให้สารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกช่วงกลางคืน รวมถึงทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้นด้วย

อัลฟัลฟา (Alfalfa) เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณ รักษาอาการวัยทอง โดยสารสำคัญ ไพโตเอสโตรเจน (PhytoEstrogen) ในอัลฟัลฟ่า จะเข้าไปชดเชยฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ต่ำลง

อาหารสำหรับบำรุงสุขภาพสาววัยทอง

โปรตีนจากถั่วเหลือง (Soy Protein) อุดมด้วย ไพโตเอสโตรเจน ช่วยชดเชย ฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ลดต่ำลง ส่งผลในการบรรเทาอาการต่างๆ ในภาวะหมดประจำเดือนได้ดี มีไขมันต่ำ ให้กรดอะมิโนทุกชนิดครบถ้วน

ช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายดำเนินไปได้อย่างปกติ มีสัดส่วนมวลกล้ามเนื้อที่เหมาะสม เฟิร์มกระชับ บำรุงผิวให้เปล่งปลั่ง สะท้อนสุขภาพผิวที่ดี

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับสาววัยทอง

soy-protein

Isolated Soy Protein สารสกัดจากถั่วเหลือง สกัดแบบพิเศษเพื่อให้ได้สารที่มีชื่อว่า ไอโซฟลาโวน ISOFLAVONES มากที่สุด เป็นแหล่งอันอุดมไปด้วย

สารอาหารที่มีคุณสมบัติทดแทน ฮอร์โมนที่ลดลงตามธรรมชาติ (Phytoestrogen) ช่วยป้องกัน และลดริ้วรอยแห่งวัย ที่มีสาเหตุมาจาก ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย

สารสกัดจากถั่วเหลืองจะมีสารชื่อ “ISOFLAVONES” เป็นสารที่มีประโยชน์ในผู้หญิง เพราะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (PHYTORESTROGEN) ช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่งอย่างผิวสาว ไม่เป็นสิว ผมสวย และบำรุงร่างกาย

มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพช่วยโครงสร้างของผิวพรรณให้แข็งแรง ส่งผลให้รูปร่างกระชับ ไม่หย่อยคล้อย คืนความสาวกับมาอีกครั้ง

ดังนั้น จึงเหมาะกับสตรีที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ทั้งมากและน้อย คือ มีฤทธิ์เป็น ESTROGEN และ ANTI-ESTROGEN สามารถปรับสภาพฮอร์โมนสตรี ให้มีความสมดุลได้เป็นอย่างดี

ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรได้รับสารไอโซฟลาโวน ISOFLAVONES 1 mg. ต่อน้ำหนักตัว 1 Kg.

ประโยชน์จากการรับประทาน Hi-Balanz Isolated Soy Protein 800 mg.

  • ผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่งอย่างผิวสาว มีกลิ่นอายเสน่ห์อย่างสาววัยแรกรุ่น
  • รูปร่างกระชับ ไม่หย่อนคล้อย คืนความสาวกับมาอีกครั้ง
  • ผิวพรรณเต่งตึง และเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างของผิว กระชับสรีระและเต้านม
  • เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน, อีลาสติน ทำให้ริ้วรอยลดลง, ชะลอความแก่
  • ช่วยทำให้ประจำเดือนของสตรีมาเป็นปกติ ลดอาการผิดปกติ ในสตรีวัยหมดประจำเดือน
  • ลดความรุนแรงของโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดระดับไขมันในเส้นเลือด
  • ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม, มะเร็งช่องคลอด, มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก
  • กระตุ้นการสร้างผมใหม่ ให้อาหารบำรุงเส้นผม ลดปัญหาผมร่วงบางที่เกิดจากฮอร์โมน (Androgenetic Hair Loss)
  • ลดปัญหา การลดระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจน ในสตรีวัยทอง (Menopause)
  • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนของเพศหญิง ที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น ปัญหาสิวในวัยรุ่นที่เกิดจากฮอร์โมน (Hyperandrogenism)

รู้จักฮอร์โมนผู้หญิงที่สำคัญในร่างกายผู้หญิง 

  1. ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิง มีผลทำให้ลักษณะทางเพศหญิงเด่นชัดขึ้น เช่น กระดูกเชิงกรานขยายกว้าง น้ำหรือไขมันสะสมใต้ผิวหนังสะสมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รูปร่างกลมกลึง อิ่มเอิบ เต้านมขยายขึ้น เข้าสู่วัยสาวอย่างสมบูรณ์แบบ ได้แก่ การมีประจำเดือน ส่วนใครที่สาวเร็ว ก็จะแก่เร็วด้วย
  2. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ผลิตมาจากรังไข่เช่นเดียวกับเอสโตรเจน ควบคุมการเจริญของเต้านม การเปลี่ยนแปลงเยื่อบุช่องคลอดและ เยื่อบุโพรงมดลูก

health13

ระดับฮอร์โมนผู้หญิงที่ลดลงกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น 

เมื่อผู้หญิงอายุได้ 30-35 ปี ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เริ่มทำงานน้อยลงและขึ้นๆ ลงๆ ตามรอบของการมีประจำเดือน บางคนจะเริ่มมีอาการร้อนวูบวาบท้ังๆ ที่นอนเปิดแอร์ มีเหงื่อชุ่มตัว

ที่สำคัญคือ นอนไม่ค่อยหลับ หรือ หลับไม่ลึกเหมือนเมื่อก่อน ทั้งที่ไม่มีความเครียดภายในจิตใจ และไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมคาแฟอีน เพราะเกิดจากความไม่สมดุลของเอสโตรเจน

เมื่อผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป รังไข่เริ่มผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง และค่อยๆ หมดไปในที่สุดเมื่ออายุ 50-52 ปี ส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ดังต่อไปนี้

  1. ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น ผมแห้ง ผมร่วง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดตามข้อ เต้านมมีขนาดเล็กลง หย่อนยาน มีการกระจายตัวของไขมัน มาสะสมที่บริเวณหน้าท้อง และภายในช่องท้อง
  2. การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป ไขมันที่เคยเกาะบริเวณขา จะเปลี่ยนไปเกาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อลดลง มีไขมันเพิ่ม ผิวหนังเริ่มเหี่ยว
  3. ร้อนวูบวาบ (Hot Flash) มีเหงื่อออกในเวลากลางคืน เกิดจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายทำงานบกพร่อง ส่งผลให้หลอดเลือดตามผิวหนังขยายตัว จึงเกิดอาการร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ มึนไปหมด
  4. ไขมันในเลือดสูง เกิดจากโคเลสเตอรอล ที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมนเพศ เมื่อรังไข่หยุดการสร้างฮอร์โมน จะมีผลทำให้โคเลสเตอรอล เหลือในกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง
  5. ความดันโลหิตสูง เมื่อขาดเอสโตรเจน จะทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวได้ง่าย ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
  6. เกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ทำให้กระดูกหักง่าย เมื่อขาดเอสโตรเจน จะไม่มีตัวไปช่วยยับยั้งกระบวนการสลายกระดูก ทำให้อัตราการสลายตัวของเนื้อกระดูกเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะช่วง 5 ปีแรกของการหมดประจำเดือน
  7. ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ความต้องการทางเพศลดลง
  8. นอนไม่หลับ นอนหลับยาก ตื่นเร็ว อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก
  9. ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากระดับ Estrogen ลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง บางรายจะมีอาการปวดขณะร่วมเพศ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้น ยังมีเรื่องกั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ดเวลาจามหรือไอ ผิวหนังแห้งกร้าน บางคนจนถึงกับคันทั่วร่างกาย ปวดเมื่อยตามตัว เวียนหัว ฯลฯ
  10. มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้และโรคตับ โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคสมองฝ่อ ( Alzheimer’s disease ) หรือโรคความจำเสื่อม