Home Beauty Secret

การดูแลผิวชนิดต่างๆ

1775

ผิว มีโครงสร้างที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ แต่ละแบบ ก็จะมีวิธีดูแลและรักษาแตกต่างกันไป

ซึ่งการจะดูแลและบำรุงผิว ให้มีสุขภาพที่ดีได้นั้น จำเป็นต้องทราบกันก่อนว่า ผิวของคุณเป็นแบบไหน เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ วิธีการให้เหมาะสมต่อผิวแบบนั้น ได้อย่างถูกต้อง

1. ผิวธรรมดา

เซลล์ผิวโดยรวมจะมีลักษณะเรียบเนียน มีความยืดหยุ่น กระชับเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย มีต่อมไขมันพอประมาณ ทำให้ผิวมีความมันอยู่ในระดับที่พอเหมาะ รูขุมขนเล็กและละเอียด

คนที่มีผิวธรรมดา มักจะไม่ค่อยมีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลผิวมากเท่าไหร่นัก

ผิวธรรมดา จัดว่าเป็นผิวที่สุขภาพดีแบบหนึ่ง ไม่ค่อยเกิดอาการแพ้ต่อสารเคมีทั้งหลาย จึงทำให้เลือกครีมบำรุงผิวได้ ไม่ยากมากนัก

การดูแลรักษาผิวธรรมดา ก็แค่เพียงทาโลชั่นเช้า-เย็น เพื่อความชุ่มชื้นของผิว และระวังเรื่องความสะอาดของผิวสักหน่อย เพราะรูขุมขนที่เล็ก และละเอียดจะเกิดการอุดตันได้ง่าย

การเลือกอาหารสำหรับผิว ควรเลือกที่มีวิตามินเอมากๆ เพื่อให้การผลัดเซลล์ผิวเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ผิวจะได้เรียบเนียนและกระจ่างใส

2. ผิวมัน

ผิวมัน จัดว่าเป็นผิวที่มีปัญหามากที่สุด และดูแลยากที่สุด ในบรรดารูปแบบผิวทั้งหมด ผิวมัน เกิดจากการที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง สร้างไขมันมากกว่าปกติ

ส่วนมากผู้ที่มีผิวมัน จะมีปัญหารูขุมขนกว้าง เพราะมีต่อมไขมันใต้ผิวมาก ทำให้ผู้ที่มีผิวมันหนี้ไม่พ้นกับปัญหาเรื่องสิว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผิวทุกชนิดเกิดสิวได้ทั้งนั้น เพียงแต่ลักษณะของสิวที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างกันออกไป

ส่วนผู้ที่มีผิวมัน จะมีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่า ผิวรูปแบบอื่นๆ เพราะว่า สิวที่เกิดขึ้นมักจะอักเสบ และถ้ารักษาไม่ดียังทิ้งร่องรอยสิว รอยแดง รอยดำ ไว้ให้ดูต่างหน้าอีกด้วย

นอกจากเรื่องสิวแล้ว ผู้ที่มีผิวมันยังประสบปัญหาเรื่องของกลิ่นตัว รูขูมขนที่กว้าง จะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น เหงื่อจะทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นได้ก็จริง

แต่ก็เป็นที่หมักหมมของแบคทีเรีย และเชื้อราต่างๆ ด้วยเช่นกัน อีกทั้ง กลิ่นเหงื่อที่หมักหมด เป็นสาเหตุของกลิ่นตัว

การดูแลผิวมันเวลาอาบน้ำ แนะนำว่า ให้ใช้มะขามเปียกขัดผิวด้วยทุกครั้ง จะช่วยในเรื่องของกลิ่นตัว และยังช่วยลดความมันของผิว

วิตามินซี ในมะขามเปียก ยังช่วยขัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใส กระชับผิวทำให้รูขุมขนเล็กลงได้

อาบน้ำสวยใส

3. ผิวแห้ง

ส่วนมากมักจะพูดกันว่า ผิวแห้ง เป็นผิวที่ไม่ค่อยมีปัญหา บำรุงดูแลไม่ยาก เพียงแค่ทาโลชั่นเช้าเย็นก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา

สาเหตุที่ผิวแห้ง เพราะมีเซลล์ผิวที่หยาบและไม่ละเอียด แต่รูขุมขนเล็ก ต่อมไขมันใต้ผิวหนังน้อย ทำให้ไขมันที่เคลือบผิวน้อยตามไปด้วย

ผิวที่แห้งอยู่แล้ว จึงขาดความชุ่มชื้น ได้ง่ายยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ผิวแห้งแตก เป็นขุยได้ง่าย

ผู้ที่มีผิวแห้ง มักจะประสบปัญหาเรื่อง สิวเสี้ยนตามรูขุมขน ทำให้มองเห็นผิวหน้าเป็นจุดดำๆ เป็นเหตุให้หน้าไม่เรียบเนียน และมีสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ผิวมักจะเกิดริ้วรอยได้ง่าย ผู้ที่มีผิวแห้ง จึงมีปัญหาเรื่องดูแก่กว่าวัย เสียส่วนใหญ่

แม้จะดูเหมือนว่า มีข้อเสียมาก เพราะข้อเสียทั้งหมด ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสาเหตุประการเดียวคือ ผิวมักจะขาดน้ำหล่อเลี้ยง หมั่นใช้โลชั่นทาผิวบ่อยๆ หรือทานอาหารที่มีโพแทสเซียมมากๆ การเลือกผักผลไม้ ที่มาเป็นอาหาร ควรเน้นที่มีส่วนประกอบของโพแทสเซียมมากๆ เข้าไว้

4. ผิวผสม

จะเป็นผิวที่มีหลายลักษณะผสมกัน แต่ละส่วนของร่างกาย มีโครงสร้างผิวไม่เหมือนกัน บางจุดแห้งกร้าน บางจุดผิวมัน บางจุดผิวบอบบาง ทำให้การดูแล และบำรุงทำได้ยาก

ปัญหาที่เกี่ยวกับผิว จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของผิวส่วนใหญ่ ว่าค่อนไปในทางใด

หากหนักไปทางด้านผิวมัน ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง สิวอักเสบและกลิ่นตัว หากค่อนไปทางผิวแห้ง ก็จะมีปัญหาไม่มากเท่าไหร่นัก

การดูแลรักษาผิว ก็ให้ดูว่าผิวเราค่อนไปในทางลักษณะใด ถ้าผิวหนักไปทางผิวมัน ก็ให้ควบคุมความมันให้มากหน่อย

ถ้าไปทางผิวแห้ง ก็หมั่นทาโลชั่นบ่อยๆ ที่สำคัญต้องดูให้ออกว่า ผิวส่วนใดเป็นลักษณะไหน แล้วแยกทำการบำรุงเฉพาะจุด

การให้อาหารผิวก็เน้นในเรื่องของน้ำหล่อเลี้ยงผิว และเน้นไปในเรื่องของวิตามินซี เพราะลักษณะผิวทุกรูปแบบต้องการ ความกระชับและเต่งตึงด้วยกันทั้งนั้น

5. ผิวบอบบาง

ผิวลักษณะนี้ จะลำบากเรื่องการดูแลสักหน่อย เพราะกว่าจะเลือกครีมที่มาบำรุงผิวได้ก็แสนยากเย็น แพ้ง่ายไปหมด ทำอะไรนิดหน่อยก็แสบผิว

คนที่มีผิวบอบบาง มักจะมีปัญหาสักหน่อย เพราะโครงสร้างของเซลล์ผิวจะมีความละเอียดมาก จนมองเห็นเป็นผิวใสๆ เพราะมีชั้นหนังกำพร้าที่บางมาก มีการผลัดเซลล์ผิวน้อย ทำให้เซลล์ผิวอ่อนแอ

จะสังเกตได้ว่า คนที่มีผิวบอบบาง มักจะไม่ค่อยมีขี้ไคล และเหงื่อออกยาก เพราะรูขุมขนเล็ก

การดูแลรักษาจะต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะจะเกิดอาการแพ้ได้ง่าย การให้สารอาหารแก่ผิวโดยตรง จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

ในส่วนนี้ ควรเน้นให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินเอ จะช่วยได้มาก

หมั่นทาโลชั่นบ่อยๆ เพื่อให้เซลล์ผิวมีน้ำหล่อเลี้ยง จะได้ไม่แห้งกร้าน เนื่องจาก ต่อมไขมันที่ไม่มาก ทำให้ผิวมีไขมันเคลือบอยู่น้อย เซลล์ผิวจะขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย

ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีไขมันมากๆ เพราะหากมีปัญหาเรื่องสิวขึ้นมาจะลำบาก ไม่ควรใช้เครื่องสำอาง ที่มีสารเคมีมากๆ เพราะจะแพ้และไวต่อสารเคมี อาจเป็นสาเหตุ ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้